28 กรกฎาคม 2568

ลาดยาว จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 .

 วันนี้ 28 กรกฎาคม 2568 เวลา 07.00 น. ณ หอประชุม​เฉลิมพระ​เกียรติ​อำเภอ​ลาดยาว​ จังหวัดนครสวรรค์ นางสาวสุ​วัชรี​ ศรี​กำ​พี้​ นายอำเภอ​ลาดยาว​ เป็นประธานในการกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ร่วมกิจกรรมดังกล่าว เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยกิจกรรมมีดังนี้​นายอำเภอลาดยาว นำผู้เข้าร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดินโดยมีข้าราชการจากทุกภาคส่วนร่วมกล่าวคำปฏิญาณอย่างพร้อมเพรียง เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนจากนั้นนายอำเภอลาดยาวก นำผู้เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ต่อมาเป็นการประกอบพิธีถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อจากพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดินสุดท้ายนายอำเภอลาดยาว​ นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ประกอบพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร เป็นอันเสร็จพิธีกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้ เป็นการรวมพลังความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวจังหวัดนครสวรรค์ ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อสืบสานพระราชปณิธาน และแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้#วันพ่อแห่งชาติ#อ.ลาดยาว

อ.ท่าตะโก!!!!! จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

. วันนี้ 28 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ​ บริเวณ​ที่ว่าการอำเภอท่าตะโก​ จังหวัดนครสวรรค์​ นายวชิรวิทย์ พึ่งสอนรักษ์ นายอำเภอท่าตะโก​ เป็นประธานในการกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 โดยมี​ นาย​บัญชา​ เดช​เจริญ​ศิริ​กุล​ สมาชิกสภา​ผู้แทน​ราษฎร​แบบ​บัญชี​รายชื่อ​ พรรค​กล้า​ หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ร่วมกิจกรรมดังกล่าว เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยกิจกรรมมีดังนี้​นายอำเภอท่าตะโก​ นำผู้เข้าร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดินโดยมีข้าราชการจากทุกภาคส่วนร่วมกล่าวคำปฏิญาณอย่างพร้อมเพรียง เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนจากนั้นนายอำเภอท่าตะโก​ นำผู้เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ต่อมาเป็นการประกอบพิธีถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อจากพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดินสุดท้ายนายอำเภอท่าตะโก​ นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ประกอบพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร เป็นอันเสร็จพิธีกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้ เป็นการรวมพลังความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวจังหวัดนครสวรรค์ ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อสืบสานพระราชปณิธาน และแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้#วันพ่อแห่งชาติ#อ.ท่าตะโก​

27 กรกฎาคม 2568

นครนายก “เยาวชนมั่นใจ เอาตัวรอดปลอดภัย เมื่อเกิดอุบัติเหตุ”

เมื่อเวลา 10.00  น.ของวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 กอ.รมน.ภาค 1 โดยกอ.รมน.จังหวัดนครนายกร่วมบูรณาการปฏิบัติกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินโครงการอบรมการใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยบนรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่ ซึ่งจัดการดำเนินโครงการ ณ โรงเรียนหัวเขาแก้ว ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก โดยมี พ.อ.อภิกฤช ใจน้อม รอง ผอ.รมน.จังหวัด น.ย.(ทหาร) เป็นประธาน มีนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาและครูประจำชั้น เข้ารับการอบรมจำนวน 60 คน การอบรมเน้นการนำไปสู่การปฏิบัติเกี่ยวกับ หลักการเอาตัวรอดเมื่อรถโดยสารขนาดใหญ่เกิดอุบัติเหตุ เมื่อต้องเดินทางไปทัศนศึกษานอกสถานที่ รู้จักการใช้อุปกรณ์ดับเพลิง การนำพาตัวออกนอกตัวรถทุกช่องทาง ภาพรวมเพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และรู้จักการช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อเกิดอุบัติภัยผลการปฏิบัติ  โดยมีวิทยากรจากส่วนราชการต่างๆ มาบรรยายให้ความรู้ ดังนี้.-1.คปภ.นครนายก ให้ความรู้เกี่ยวกับการทำประกันภัย ภาคสมัครใจ และ ภาคบังคับ รวมถึงสิทธิขั้นพื้นฐานการทำ พ.ร.บ.2.ขนส่งจังหวัดนครนายก ให้ความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์นิรภัยต่างๆ บนรถโดยสารเพื่อนำไปใช้ในการตรวจสอบก่อนออกเดินทาง3.ชุดวิทยากร ปภ.นครนายก ทำการสาธิตและให้ผู้เข้ารับการอบรม ทดลองการใช้งานอุปกรณ์นิรภัยทุกชนิด บนรถโดยสารขนาดใหญ่และฝึกปฏิบัติจริงในการฝึกวิธีการใช้อุุปกรณ์ในรถโดยสารขนาดใหญ่ เมื่อมีเหตุฉุกเฉินขณะนักเรียนอยู่บนรถโดยสารเกิดไฟไหม้รถโดยสารให้นักเรียนกดปุ้มเพื่อเปิดประตูรถแล้วรีบลงจากรถโดยสาร หรือใช้ฆ้อนที่ติดตั้งในรถโดยสารทุบกระจกให้แตก หรือเกิดเหตุไฟไหม้ภายในรถโดยสารให้นักเรียนใช้ถังเคมีที่ติดตั้งภายในรถฉีดสกัดไฟที่กำลังลุกไหม้ให้ดับลง จากนั้นเป็นการฝึกการดับไฟที่กำลังลุกไหม้บนถังแก๊ส เช่นทำกับข้าวแล้วลืมทิ้งไว้เกิดไฟกำลังลุกไหม้ ห้ามนำน้ำไปฉีดจะทำให้ไฟลุกไหม้แรงกว่าเดิมให้นำฝาชีไปปิดไว้แล้วปิดวาวถังแก๊ส และเมื่อเกิดแก๊สรั่วออกจากถังแก๊สเป็นประกายไฟให้นักเรียนตั้งสติแล้วอ้อมมาด้านหลังถังแก๊สแล้วใช้ถังน้ำยาเคมีฉีดให้ไฟดับแล้วใช้มือหมุนไปที่วาวถังแก๊สเป็นต้นสมบัติ เนินใหม่//รัชชานนท์ เนินใหม่//ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครนายก

26 กรกฎาคม 2568

นราธิวาส/ข่าว-นูอารีซ๊ะ ยะยือริโจรใต้เหิมขว้างไปป์บอมบ์ 2 จุด ที่เจาะไอร้องและยิงตำรวจจะแนะเจ็บ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 ก.ค.68 พ.ต.อ.ดิเรก โฉมยงค์ รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.นรินทร์ ช่วยสุข ผกก.สภ.เจาะไอร้อง เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมเดินทางไปตรวจสอบเหตุคนร้ายขว้างระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ ใส่ฐานปฎิบัติการคุ้มครองตำบลมะรือโบออก ม.1 ต.มะรือโบออก เหตุเกิดเมื่อ เวลา 20.20 น. ของคืนวันที่ 21 ก.ค.68 ที่ผ่านมา พบระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์คนร้ายขว้างไปตกที่บริเวณระหว่างห้องน้ำกับห้องนอนของกำลังพลที่อยู่ด้านซ้ายและด้านขวาของห้องน้ำ ซึ่งสะเก็ดระเบิดได้กระเด็นไปถูกฝ้าเพดานของห้องนอนกำลังพลด้านขวามือแตกเสียหาย โดยที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบวิถีของคนร้ายขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่เข้าฐาน พบว่า คนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถ จยย.เป็นพาหนะมาตามถนนที่ปลูกสร้างด้านซ้ายมือข้างฐาน และในช่วงที่มีบ้านของชาวบ้าน 2 หลังปลูกสร้างอยู่ริมถนนฝั่งตรงข้ามห้องน้ำกับห้องนอนของกำลังพล 2 หลัง คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ใช้ระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ที่เตรียมมา ขว้างใส่แล้วคนร้ายได้ขี่รถ จยย.หลบหนีไป และจากการสอบถามชาวบ้านทั้ง 2 หลัง ทราบว่าในเวลาดังกล่าวได้ปิดบ้านนอนแล้ว ต่อมาเมื่อเวลา 07.50 น.เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งมีเหตุพบระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ จำนวน 1 ลูก ตกอยู่ที่บริเวณข้างป้อมปราการของกองร้อยทหารพรานที่ 4814 ซึ่งเป็นฐานแยกประจำจุดสถานีรถไฟไอสะเตียร์ ม.8 ต.บูกิต ซึ่งอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เจ้าหน้าที่ชุด อี.โอ.ดี.เมื่อแล้วเสร็จจากการตรวจสอบที่ ชคต.มะรือโบออก จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ ตกอยู่ที่บริเวณเสารั้วปูนซิเมนต์ที่นำมาเรียงไว้ข้างป้องปราการ ที่ประกอบใส่ไว้ในท่อแป๊ปเหล็กทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 3 นิ้ว ยาว 4 นิ้ว และมีจุกปิดด้านบนเป็นสีเขียวโยมีสายไฟโผล่ออกมา ส่วนด้านท้ายมีการเชื่อมเหล็กปิดทับไว้ เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้ความระมัดระวังในการเก็บกู้ด้วยการใช้เครื่องแรงดันน้ำพลังสูงในการยิงทำลาย และคาดว่าคนร้ายน่าจะขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่ป้อมปราการฐานย่อยประจำจุดของสถานีรถไฟไอสะเตียร์ในช่วงคืนที่ผ่านมา ซึ่งมีเวลาไล่เลี่ยกับขว้างไปป์บอมบ์ใส่ ชคต.มะรือโบออก แต่มาพบในช่วงเช้าจึงได้มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มาตรวจสอบดังกล่าวส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของสมาชิกแนวร่วมผ็ก่อเหตุรุนแรง โดยมีเป้าหมายสังหารเจ้าหน้าที่ต่อมา เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 22 ก.ค.68 ร.ต.ท.อาฮะมัด ดาโอะ รองสารวัตรสอบสวน สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายดักซุ่มยิง ด.ต.อัสรี อำเซาะ อายุ 39 ปี ผบ.หมู่งานจราจร สภ.จะแนะ ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนเนินเขายารอช่วงบริเวณเขตรอยต่อบ้านริแง ม.3 ต.ผดุงมาตร กับ บ้านยายารอ ม.10 ต.จะแนะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.วีระศักดิ์ เพอแสละ ผกก..สภ.จะแนะ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบมีคราบเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ ส่วนที่บริเวณป่ารกทึบริมถนนเจ้าหน้าที่พบต้นหญ้าและกิ่งไม้จำนวนหนึ่ง มีร่องรอยถูกเท้าเหยียบย้ำเป็นวงกว้าง และพบปลอกกระสุนปืน เอ็ม.16 ตกอยู่จำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปดูอาการ ด.ต.อัสรี อำเซาะ ที่โรงพยาบาลจะแนะ ซึ่งแพทย์กำลังปฐมพยาบาลในเบื้องต้น โดยมีบาดแผลถูกกระสุนปืนที่บริเวณแขนขวาทะลุและเฉี่ยวที่บริเวณเท้าซ้าย จำนวน 2 นัด และได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ในเวลาต่อมาจากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ ด.ต.อัสรี ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อแลมเบรตต้าสีดำ ทะเบียน 2 กถ 3608 สงขลา จากบ้านพักเลขที่ 20/1 ม.4 ต.ผดุมาตร เพื่อเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ โดยใช้เส้นทางเขายารอ เมื่อถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นเนินป่ารกทึบ ได้สังเกตเห็นคนร้ายใส่ชุดสีดำแขนยาวสวมกางเกงลายพราง ใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่ตนถูกที่บริเวณแขนขวาและเฉี่ยวเท้าซ้าย ได้รับบาดเจ็บจากนั้นตนตั้งสติได้ จึงได้จอดรถทิ้งไว้กลางถนน พร้อมใช้อาวุธปืนพก ขนาด 9 ม.ม.ยิงสวนไป 1 นัด ก่อนที่จะวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าฝั่งตรงกันข้าม ซึ่งต่อมาคนร้าย 1 คน ได้ใช้อาวุธปืนยิงเบิกทางอีกจำนวนหลายนัด โดยมุ่งหน้าวิ่งไปเอารถ จยย.ของตนที่ล้มคว่ำอยู่บนถนน โดยที่ตนไม่สามารถขัดขวางเอาไว้ได้ เนื่องจากแม็กกาซีนของกระสุนปืนได้หลุดของจากอาวุธปืนจนไม่สามารถยิงต่อสู้กับคนร้ายได้ ปล่อยให้คนร้ายขี่รถ จยย.ของตนหลบหนีไปต่อหน้าต่อตา ซึ่งต่อมาตนจึงได้ขอความช่วยเหลือเข้าไปในไลน์ สภ.จะแนะ จนเพื่อนตำรวจได้เดินทางพาตนส่งรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าวซึ่งล่าสุด  พ.ต.อ.วีระศักดิ์ เพอแสละ ผกก..สภ.จะแนะ ได้ประสานไปยัง สภ.ต่างๆในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ของ จ.นราธิวาส เพื่อตรวจสอบและระมัดระวังรถ จยย.คันดังกล่าว เกรงคนร้ายจะนำรถ จยย.คันดังกล่าวไปประกอบระเบิด เพื่อนำไปก่อเหตุในพื้นที่ต่อไป

นครนายก - สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวนครนายก จัดกิจกรรม คุยเรื่องบ้านเรานครนายก เมืองน่าเที่ยว และประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568​

เมื่อเวลา 13.30 น.ของวันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ที่ห้องประชุมใหญ่ ร้านนายหัวคาเฟ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นายคมสันต์ สุมะนาถ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายก เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม คุยเรื่องบ้านเรานครนายก เมืองน่าเที่ยว และประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 พร้อมบรรยายพิเศษในหัวข้อคุยเรื่อง บ้านเรา นครนายก เมืองน่าเที่ยวเปิดวงคุย ท่องเที่ยว เมืองน่าเที่ยว บ้านเรา จะพัฒนาไปทางไหน โดยมีนายสันติ นุชหอม นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวนครนายก กล่าวรายงานวัตถุประสงค์โดยมีวิทยากรมาบรรยายพิเศษ พร้อมมีสมชิกผู้ประกอบการครบทุกมิติประกอบด้วยผู้ประกอบการ ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท โฮมสเตย์ แคมปิ้ง แหล่งท่องเที่ยว ผู้ประกอบการด้านบริการในลำน้ำ ร้านอาหาร การท่องเทียวโดยชุมชน ผู้ประกอบการด้านผลิตภัณฑ์ เข้าร่วมในพิธีเปิดป็นจำนวนมากตามที่สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวนครนายก เป็นสมาคมภาคเอกชนที่ดำเนินกิจกรรมจดทะเบียนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 และได้ร่วมดำเนินงานภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดนครนายก ในทุกภาคส่วนคู่ขนานร่วมกับภาคราชการจังหวัดนครนายก มาอย่างต่อเนื่อง ในการส่งเสริมและพัฒนาด้านการท่องเที่ยวทุกมิติ ทั้งในระดับกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก ระดับจังหวัดนครนายก และระดับประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการสร้างมาตรฐานเพื่อยกระดับการท่องเที่ยวของจังหวัดนครนายก ให้ขึ้นเป็นแหล่งท่องเที่ยว เมืองรองของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมทั้งดำเนินการสนับสนุนขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาลด้านการท่องเที่ยวมาอย่างต่อเนื่องเป็นต้นสมบัติ เนินใหม่//รัชชานนท์ เนินใหม่//ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครนายก

4โจร!! ปล้นอุกอาจกลางเมืองสะหวันนะเขต สปป.ลาว! อาวุธสงครามครบมือ กวาดทองไปกว่า 300บาท ร้านคำ​มาไล​

เมื่อเวลา 15:40 น. วันที่ 20 กรกฎาคม 2568 เกิดเหตุระทึกกลางเมืองสะหวันนะเขต สปป.ลาว คนร้าย 4 คนแต่งชุดดำ สวมหน้ากากอำพรางใบหน้า ใช้อาวุธสงครามบุกปล้นร้านคำ(ทอง) “มาลัย” ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าคิวรถโดยสารประจำทางผู้ก่อเหตุลงมืออย่างอุกอาจในช่วงกลางวันแสก ๆ ก่อนหลบหนีขึ้นรถยนต์ Chevrolet สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มุ่งหน้าออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็วล่าสุด เจ้าของร้านทอง “มาลัย” ประกาศตั้งรางวัลนำจับสูงถึง 500 ล้านกีบ สำหรับผู้ที่ให้เบาะแสนำไปสู่การจับกุมผู้ก่อเหตุ พร้อมทองรูปพรรณที่ถูกปล้นไปความคืบหน้าคดีปล้นร้านคำ(ทอง)มาลัย บริเวณหน้าคิวรถโดยสารนครไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว เมื่อเวลา 15:40 น. วันที่ 20 กรกฎาคม 2568ล่าสุด เจ้าหน้าที่พบ รถยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ถูกจอดทิ้งและ จุดไฟเผา เพื่อทำลายหลักฐาน ที่บริเวณ สวนยาง ใกล้วัดพระธาตุอิงฮัง แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองขณะนี้ คนร้ายทั้ง 4 คนยังคงหลบหนีอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ลาวได้กระจายกำลังไล่ล่าทั่วพื้นที่ 🔥เผารถหนี! โจรปล้นทองสะหวันนะเขต จุดไฟเผารถทิ้งใกล้พระธาตุอิงฮัง – หนีลอยนวล!#ปล้นร้านทอง #สะหวันนะเขต #ข่าวลาว #พระธาตุอิงฮัง #เผารถทำลายหลักฐาน #ไล่ล่าโจรปล้นทอง #ร้านคำมาลัย #นครไกสอนพมวิหาน #ลาว #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​                      เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน

มุกดาหาร​📌 ตม.มุกดาหารคุมเข้ม! สกัดคนร้ายปล้นร้านทองสะหวันนะเขต​

วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 พ.ต.อ.พิทักษ์พงษ์ เจริญกุล ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุปล้นร้านทองในแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา จึงได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่งานตรวจบุคคลและพาหนะ เพิ่มมาตรการเข้มงวดในการตรวจสอบผู้โดยสารขาเข้าฝั่งไทย เพื่อป้องกันการหลบหนีของผู้ก่อเหตุและการลักลอบนำสิ่งของผิดกฎหมายข้ามแดนโดยให้ตรวจสอบรถโดยสารระหว่างประเทศขาเข้า อย่างละเอียด เพื่อป้องกันการหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย รวมถึงการซุกซ่อนสิ่งของผิดกฎหมายสัมภาษณ์และคัดกรองผู้โดยสารขาเข้า เพื่อประเมินพฤติกรรมที่น่าสงสัย ตรวจสัมภาระผู้โดยสารทุกรายผ่านเครื่องเอกซเรย์ของศุลกากร เพื่อค้นหาสิ่งของผิดกฎหมายหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีนอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรการด้านการข่าวและการสืบสวน โดยมีการ บูรณาการข้อมูลร่วมกับฝ่ายลาว ได้แก่ ตม.ลาว และตำรวจแขวงสะหวันนะเขต เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ต้องสงสัย รวมถึงการประชาสัมพันธ์รูปภาพและข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้หน่วยงานความมั่นคงของไทยตามแนวชายแดนรับทราบพร้อมกันนี้ ยังสั่งการให้ ตรวจสอบรายชื่อและติดตามความเคลื่อนไหวของบุคคลต้องสงสัยหรือผู้มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงในพื้นที่ อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้กระทำผิดหลบหนีหรือซ่อนตัวในประเทศไทยภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 

สืบสัตหีบใช้เวลาเพียง 6 ชั่วโมง ตามรวบ “โก้บ้านฉาง” กระชากสร้อยทอง 3 บาท ยายวัย 64 ปี กลับจากงานศพ สารภาพเห็นใส่ทองเส้นใหญ่จึงลงมือ หวังหาเงินใช้หนี้และซื้อยาบ้า

     เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 23 ก.ค. 69 เกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุกระชากสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท บริเวณหน้าร้านขายของชำ ถนนทางเข้าตำบ...