16 ธันวาคม 2568

เหนือ/นครสวรรค์บ้านรางบัว-ท่าตะโก!!!!!!เปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ทุ่งบัวแดง​ บึงบอระเพ็ด​ จังหวัด​นครสวรรค์​

      เปิดแล้วฤดูกาลท่องเที่ยว ทุ่งบัวแดง​ บึงบอระเพ็ด จังหวัด​นครสวรรค์ นอกจากเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ได้ชื่อว่าเป็น “อุทยานนกน้ำ” ที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย  อยู่ไกลจากกรุงเทพ​ 239 กิโลเมตร หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ที่นี่มี “ทุ่งบัวแดง” นับพันไร่เป็นเสน่ห์น่าเที่ยวของบึงบอระเพ็ด นครสวรรค์ด้วยบึงบอระเพ็ด จัดอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ทางเพจของสำนักได้อธิบายข้อมูลไว้อย่างชัดเจนว่า บึงบอระเพ็ดเป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดนครสวรรค์ ที่มีความสมบูรณ์ของพืชรวมถึงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนที่สำคัญ   บึงบอระเพ็ดเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยหากิน สร้างรังวางไข่ของนกทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพอยู่หลายชนิดด้วยกัน ซึ่งจะทำรังและวางไข่ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงมีนาคม และในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม จะมีนกอพยพหนีอากาศหนาวจากพื้นที่อื่น ๆ มาอาศัยที่บึงแห่งนี้จำนวนมาก​ และยังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวล่องเรือชมความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ รวมทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนของนักเรียนนักศึกษา และผู้สนใจชมกิจกรรมดูนกในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด   โดยวันนี้​ 16 พฤศจิกายน 2568 นางสาวชุติพร​ เส​ชัง​ ผู้​ว่าราชการ​จังหวัด​นครสวรรค์​ เป็นประธานในพิธีเปิดแหล่งท่องเที่ยวทุ่งบัวแดง​ บ้านรางบัว​ โดยมี​หัวหน้าส่วนราชการ​ ผู้นำท้องที่-ท้องถิ่น​ เข้าร่วมในพิธี ฤดูกาลท่องเที่ยวทุ่งบัวแดงบึงบอระเพ็ด ในเดือนนี้จะเป็นช่วงเวลาที่บัวแดงบานเต็มทุ่งและสวยที่สุด ฤดูหนาวนี้เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวผู้สนใจมาสัมผัสความสวยงามของบัวแดงในบึงบอระเพ็ด และชมความงามของทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์      ทางด้านนางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่าฤดูกาลท่องเที่ยว ล่องเรือ ดูนก ชมทุ่งบัวแดง บึงบอระเพ็ด เป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดนครสวรรค์ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดนครสวรรค์ และต่างจังหวัด มาสัมผัสลมหนาวปลายปี โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ภาคการเกษตร แต่ในช่วงน้ำหลากพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นพื้นที่หน่วงน้ำและกักเก็บน้ำ จึงได้ทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ และกล่าวอีกว่าทุ่งบัวแดงบึงบอระเพ็ด จะมีถึงเดือนกุมภาพันธ์นี้#อัมพณ จับศรทิพย์ ทีมข่าวท็อปนิวส์นครสวรรค์

15 ธันวาคม 2568

รองผู้ว่านครสวรรค์ ต้อนรับคณะกรรมการติดตาม ตรวจเยี่ยม ประเมินผลการดำเนินงานโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ระดับหนเหนือ ลงพื้นที่ตรวจประเมิน ณ วัดป่าสันติธรรม

วันที่ 15 ธันวาคม 2568 เวลา 08.30 น. พระเทพสิงหวราจารย์ วัดพระสิงห์ เชียงใหม่ ประธานคณะกรรมการ พร้อมคณะกรรมการฯ ลงพื้นที่ติดตาม ตรวจเยี่ยม ประเมินผล โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข (ระดับหนเหนือ) ณ วัดป่าสันติธรรม ตำบลศาลเจ้าไก่ต่อ อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นวัดที่รับการตรวจเยี่ยมติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานในระดับหนเหนือ ซึ่ง ประธานกรรมการ พร้อมคณะ ได้เดินเยี่ยมชมกุฏิชีวาภิบาบ นิทรรศการ และนวดประคบสมุนไพร โดยมี ว่าที่ร้อยตรีศราวุธ จันทวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวให้การต้อนรับ จากนั้น เจ้าอาวาสวัดป่าสันติธรรม ถวายรายงานผลการดำเนินการฯ           จังหวัดนครสวรรค์ โดยคณะสงฆ์จังหวัดนครสวรรค์ ร่วมกับภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคเอกชนทุกภาคส่วน ได้ร่วมดำเนินการขับเคลื่อนโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข (ระดับหนเหนือ) ซึ่งปัจจุบันมีวัดที่จับคู่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วม โครงการแล้วจำนวน 385 วัด คิดเป็นร้อยละ 64.30 และวัดที่เข้าร่วมโครงการ เป็นสถานที่ในการจัดกิจกรรม รวมพลังสร้างสัปปายะสู่วัด ด้วยวิถี 5 ส (Big Cleaning Day) พร้อมด้วยพิธีเจริญพุทธมนต์ และเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสต่างๆ และบูรณาการร่วมกับจังหวัดนครสวรรค์ ในการขับเคลื่อนโครงการ ซึ่งวัดป่าสันติธรรม ได้รับการคัดเลือกเป็นวัดต้นแบบในการขับเคลื่อน โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ระดับหนเหนือ   สำหรับ "โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข เป็นหนึ่งใน 14 โครงการ ของแผนปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา โดยฝ่ายสาธารณูปการของมหาเถรสมาคม มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการเพื่อพัฒนาวัดให้เป็นสถานที่สัปปายะ เป็นแหล่งเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนา และเป็นรมณียสถานอันเป็นความสงบทางจิตใจของพุทธศาสนิกชน โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ การส่งเสริมให้มีเกิดการขับเคลื่อนกิจกรรมและองค์ความรู้ 5 ส. ไปสู่การปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ การจัดการสิ่งแวดล้อม และรักษาความสะอาดภายในวัดให้ถูกต้องตามสุขลักษณะ และการพัฒนาการเรียนรู้ทางสังคมวิถีพุทธ รวมทั้งการมีจิตอาสาเพื่อการพัฒนาสังคมอีกด้วยโดยการตรวจประเมินดังกล่าว มีพระราชปริยัติวิธาน ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ พระราชรัตนเวที รองเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ พระศรีสุทธิพงศ์ เจ้าคณะอำเภอลาดยาว พระอธิการวีระ ชาตวิริโย เจ้าอาวาสวัดป่าสันติธรรม ว่าที่ร้อยตรีศราวุธ จันทวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ นางสาวสุวัชรี ศรีกำพี้ นายอำเภอลาดยาว ผู้นำท้องที่-ท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ พุทธสาริกชน ครู-นักเรียน เข้าร่วมในพิธีดังกล่าวฯ#อ.ลาดยาว#โครงการวัดประชารัฐสร้างสุข #ระดับหนเหนือ #วัดป่าสันติธรรม

นครสวรรค์!!!!!บริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเหตุปะทะชายแดนกัมพูชา​

ชาวจังหวัดนครสวรรค์ร่วมกันบริจาคโลหิตอย่างพร้อมเพรียง ณ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 8 จังหวัดนครสวรรค์ สภากาชาดไทย เพื่อส่งต่อโลหิตช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา หลังหลายโรงพยาบาลยังคงมีความต้องการโลหิตจำนวนมาก เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินด้าน นางพีรยา ทองไหลเลิศ เปิดเผยว่า ตนเองบริจาคโลหิตเป็นประจำ แม้ครั้งนี้ยังไม่ครบกำหนดตามระยะเวลา แต่ตั้งใจมาบริจาคก่อน เพื่อหวังให้โลหิตที่บริจาคสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาได้ขณะที่เจ้าหน้าที่ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 8 เปิดเผยว่า ขณะนี้มีความต้องการเลือดกรุ๊ปต่าง ๆ อย่างเร่งด่วน เพื่อจัดส่งให้โรงพยาบาลในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่รับผู้บาดเจ็บจากแนวชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมขอบคุณประชาชนและผู้บริจาคโลหิตที่เล็งเห็นถึงความสำคัญ และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีสำหรับภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 8 จังหวัดนครสวรรค์ เปิดให้บริการทุกวัน โดยวันทำการปกติ (จันทร์–ศุกร์) เวลา 08.30–19.30 น. และวันหยุด (เสาร์–อาทิตย์) เวลา 09.00–15.30 น. สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่โทรศัพท์ 0-5637-1447 ทั้งนี้ ก่อนบริจาคควรเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพ พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารก่อนบริจาค หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง งดสูบบุหรี่ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์#อัมพณ จับศรทิพย์ ทีมข่าวท็อปนิวส์นครสวรรค์

เหนือ/นครสวรรค์ “ซาบีดา” เปิดโครงการต้นไม้วัฒนธรรมหลากสีเมืองสวรรค์ หนุนอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ สร้างพลัง Soft Power จังหวัดนครสวรรค์(15 ธ.ค. 68)

   นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดโครงการส่งเสริม สืบสาน ศิลปวัฒนธรรมประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่นจังหวัดนครสวรรค์ ภายใต้แนวคิด “ต้นไม้วัฒนธรรมหลากสีแห่งเมืองสวรรค์” ที่อาคารอเนกประสงค์ สัมมนาและจัดแสดงนิทรรศการบึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ มุ่งอนุรักษ์และสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ควบคู่การเผยแพร่อัตลักษณ์กลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และต่อยอดพลัง Soft Power ของจังหวัดอย่างยั่งยืนโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้เยี่ยมชมบูธนิทรรศการที่สะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ อาทิ ไทยมอญ ไทยจีน ไทพวน ไทยดำ และลาวคลั่ง รวมถึงนิทรรศการผ้าอัตลักษณ์จังหวัดนครสวรรค์ และวิจิตรภูษาพัสตราภรณ์ผ้าไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบการจัดงานครั้งนี้เปิดพื้นที่ให้ประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ ภูมิปัญญา และศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่นอย่างกว้างขวาง นับเป็นการปลูกจิตสำนึกและกระตุ้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในการฟื้นฟู อนุรักษ์ และสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อคงคุณค่าและความยั่งยืนของมรดกทางวัฒนธรรม#อัมพณ จับศรทิพย์ ทีมข่าวท็อปนิวส์นครสวรรค์

สุโขทัย วัดพลายชุมพล อุปสมบทหมู่ 109 รูป อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล (ปัญญาสมวาร 50 วัน) แด่ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พระปลัดสุวัฒนสาธุคุณ เจ้าอาวาสวัดพลายชุมพล เจ้าคณะตำบลบ้านกล้วย  จัดโครงการอุปสมบทหมู่ 109 รูป ประจำปี 2568 เป็นปีที่ 4 ถวายเป็นพระราชกุศล  ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตร จำนวน 1 ไตร  ในงานอุปสมบทหมู่ 109 รูป  โดยในช่วงเช้า มีพิธีขิปปอยผมนาค ทำขวัญนาค ณ ศาลาปฏิบัติธรรมสมเด็จมหาธีราจารย์  วัดพลายชุมพล และช่วงบ่ายมีพิธี แห่ผ้าไตรพระราชทาน ขบวนแห่นาค 109 รูป  จากวัดตระพังทอง ผ่านสะพานบุญ เข้าสู่บริเวณวัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย โดยมี เรือโท ภัทรชัย ขันธหิรัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในพิธีฉลองผ้าไตรพระราชทาน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และอุทิศถวายเป็นพระราชกุศล (ปัญญาสมวาร 50 วัน) แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  เมื่อขบวนแห่ผ้าไตรพระราชทาน  และขบวนแห่นาค มาถึงบริเวณ ภายในวัดมหาธาตุ แล้ว เรือโท ภัทรชัย ขันธหิรัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ประกอบพิธี จุดธูป เทียน บูชาพระรัตนไตร อาราธนาศีล ประธานสงฆ์ ให้ศีล จากนั้น เรือโท ภัทรชัย จุดเครื่องทองน้อยสักการะพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  จากนั้นเปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้น จุดเครื่องทองน้อยสักการะ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  จากนั้นถวายผ้าไตรพระราชทานแด่พระอุปัชฌาย์ และเริ่มพิธีสงฆ์ ในการอุปสมบทหมู่ 109 รูป อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล (ปัญญาสมวาร 50 วัน) แด่ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงโดยพระสงฆ์ ที่อุปสมบทในครั้งนี้ จะจำพรรษา ศึกษาและปฏิบัติธรรม ที่วัดพาลยชุมพล ตำบลบ้านกล้วย อำเภอเมืองสุโขทัย  พงศ์เทพ สาคร สุโขทัย

ชาวจะแนะเตรียมรับศพมุสตากีมวีระบุรุษช่องอานม้า

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 14 ธ.ค.68 นางสากีนะ ดือรานิง ยายของพลอาสามุสตากีม มาเจ๊ะมะ อายุ 21 ปี พลยิงอาวุธต่อสู้รถถัง กองพันจู่โจม ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่สู้รบกับกัมพูชา ณ พื้นที่ซำแต บริเวณเนิน 677 ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 13 ธ..ค.68 ที่ผ่านมา พร้อมด้วย น.ส.พารีดะ เจ๊ะแว ซึ่งเป็นน้าสาวของ ส.อ.พาอีซะห์ เจ๊ะแว ผู้เป็นมารดา พร้อมด้วยเครือญาติ ส่วนราชการและประชาชนในพื้นที่ ได้ร่วมกันจัดเตรียมสถานที่อย่างสมเกียรติ เพื่อรอรับศพของ พลอาสามุสตากีม ที่ทางผู้บังคับบัญชาจะลำเลียงศพด้วยเครื่องบิน ซี 130 มาถึงท่าอากาศยานนราธิวาส ช่วงเวลา 13.00 น. เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด สำหรับพิธีอาบน้ำศพจะมีขึ้น ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านสุแฆ เลขที่ 11 ม.3 ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ ซึ่งอยู่ข้างบ้านพักของ พลอาสามุสตากีม โดยมีเครือญาติและเพื่อนบ้านจำนวนหนึ่ง ได้ช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ด้วยการจัดเตรียมตั้งเก้าอี้และโต๊ะ เพื่อรองรับผู้บังคับบัญชาและแขกที่เดินทางมาร่วมงาน เพื่อเป็นการไว้อาลัยครั้งสุดท้ายของ พลอาสามุสตากีม รวมทั้งมีการจัดเตรียมแท่นอาบน้ำศพและฐานใช้สำหรับแบกศพของพลอาสามุสตากีม ไปประกอบพิธีที่มัสยิดก่อนที่จะนำไปฝังที่กูโบร์สุแฆ ส่วนที่บริเวณกูโบร์บ้านสุแฆ ซึ่งห่างจากบ้านพักของ พลอาสามุสตากีม ประมาณ 500 เมตร ได้มีกองอาสารักษาดินแดน อ.จะแนะ ชรบ.และชาวบ้านจำนวนหนึ่ง กำลังช่วยกันกางเต็นท์ และช่วยกันขุดหลุมเพื่อฝังศพ พลอาสามุสตากีม ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างจต่อเนื่อง สำหรับการเสียชีวิตของ พลอาสามุสตากีม ในครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่ 13 ธ.ค.68 ที่ผ่านมา จากเด็กชายที่ฝันว่าเมื่อเติบโตขึ้นจะเป็นทหาร พออายุได้ 20 ปี เขาอาสาและสมัครเข้าหน่วยรบพิเศษ ก่อนหน้านี้เขาเคยร่วมสู้รบกับกัมพูชาที่ภูมะเขือ เมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมาจนได้รับชัยชนะ ทำให้ทหารเข้าพื้นที่ได้และเขาก็เกิดมาในครอบครัวทหาโดยแท้ เพราะแม่ของเขา คือ ส.อ.พาอีซะห์ ก็เป็นทหารอยู่ศูนย์การทหารม้าค่ายอดิศร จ.สระบุรี ที่ย้ายมาจากการปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่กรมทหารพรานที่ 41 จ.ยะลา เพื่อให้สามารถอยู่ใกล้ชิดกับ พลอาสามุสตากรีม ซึ่งเป็นบุตรชาย แต่ต้องกลับกลายเป็นวันที่มารดาและคนไทยทั้งประเทศต้องสูญเสีย พลอาสามุสตากีมไปตลอดกาล ด้าน น.ส.พารีดะ เจ๊ะแว ซึ่งเป็นน้าสาว กล่าวว่า นางสากีนะ ดือรานิง ยายของพลอาสามุสตากีม มาเจ๊ะมะ เป็นคนเลี้ยง พลอาสามุสตากีมตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่แกปะทะครั้งแรกที่ภูมะเขือ แกสั่งไว้ถ้าแกเสียให้เอาศพมาฝังที่บ้านเกิดตรงนี้ แกเป็นทหารมานาน 2 ปีกว่าแกได้สมัครไป แกเป็นคนเก่งมีความกล้าหาญเด็กมันสู้อ่ะ โดยไม่มีลางบอกเหตุว่าแกต้องมาเสียชีวิตในครั้งนี้

สืบสัตหีบใช้เวลาเพียง 6 ชั่วโมง ตามรวบ “โก้บ้านฉาง” กระชากสร้อยทอง 3 บาท ยายวัย 64 ปี กลับจากงานศพ สารภาพเห็นใส่ทองเส้นใหญ่จึงลงมือ หวังหาเงินใช้หนี้และซื้อยาบ้า

     เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 23 ก.ค. 69 เกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุกระชากสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท บริเวณหน้าร้านขายของชำ ถนนทางเข้าตำบ...