25 เมษายน 2566

ร้อยเอ็ด/...ลิ้นจี่ ที่ดงแม่เผด รสหวาน-อม-เปรี้ยว อร่่อยๆ มีกลิ่นเอกลักษณ์เฉพาะตัว.เพราะเกิดในป่าปล่อยตามธรรมชาติ

        ท้าวความหลังครั้งอดีตดงแม่เผด (ชาวบ้านเรียกดงแม่เปรต)จากคำบอกเล่าเรื่องราวจากปากคุณครู เอกพพงษ์  หามะฤทธิ์ ครูโรงเรียนประถมศึกษา บ้านคำนาดี ต.คำนาดี อำเภอ.โพนทอง จังหวัด.ร้อยเอ็ด  อดีตเมื่อ50 ปีที่ผ่านมาดงแม่เผดเป็นดงที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสานตอนกลาง กินพื้นที่ อำเภอโพนทอง อำเภอโพธิ์ชัย,หนองพอกและเมยวดีจังหวัดร้อยเอ็ด /อำเภอร่องคำ ,อำเภอกมลาไสย,อำเภอดอนจาน อำเภอนามน อำเภอสมเด็จ อำเภอห้วยผึ้ง และอเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์           บ่ายวันนี้ 25 เม.ย.2566  ผู้สื่อข่าวรายวานว่า คุณครู เอกพพงษ์  หามะฤทธิ์ พาเดินชม  ชิมลิ้นจี่  กล่าวว่า ในอดีตดงแม่เปรตเป็นป่าดงที่อุดมสมบูรณ์ใหญ่.โต และมีอาถรรพ์สารพัด จนได้ชื่อว่าดง(แม่เปรต) "ดงแม่เผด"ปัจจุบันผลไม้ป่าหลายชนิดที่ยังคงลงเหลืออยู่บ้างเช่น หมากคายข้าว หรือ เงาะป่า หมากมี้ป่า(ขนุนป่า) หมากฮายและหมากแงวหรือ(ลิ้นจี่ป่า)ผลไม้ป่าที่เอ่่ยชื่อมาปัจจุบันยังพอหากินได้บริเวณ สีแยกหินแงบหรือบริเวณน้ำผุด บ้านคำนาดี ต.คำนาดี อ.โพนทองในน้ำมีตัวปลิงเยอะกรุณาอย่าหย่อนขาลงในน้ำผุด          เหตุจูงใจ  คือหมากฮายและหมากแงวท้องถิ่น หรือ(ลิ้นจี่ป่า)เกิดโดยธรรมชาติจึงเป็นเหตุจูงใจให้คุณครู เอกพพงษ์  หามะฤทธิ์ ครูโรงเรียนประถมศึกษา บ้านคำนาดี ว่าบริเวณป่าน้ำผุดของดงแม่เผดน่าจะปลูกลิ้นจี่ได้ผล เมื่อปี พ.ศ.2542 จึงนำลิ้นจี่พันธ์ค่อมมาปลูกจำนวน 75 ต้น จนถึงปัจจุบันได้ผลทุกต้นและปล่อยตามธรรมชาติขาดการดูแล  ไม่มีเวลามาดูแลรักษา  เพราะว่าอยู่ในดงลึก จะมาคนเดียวไม่ได้กลัวอีกอย่างงานเลิก 4 โมงเย็น เวลานี้ในป่าแสงอาทิตย์จะลับปลายไม้บรรยากาศในป่าสิ้นแสงอาทิตย์จะมืดน่ากลัว  ปลูกแล้วทิ้งเลย จะเรียกลิ้นจี่ป่าก็ไม่ผิด รสชาดหอม หวาน  มีกลิ่นเอกลักษณ์เฉพาะตัว.เพราะเกิดในป่า         พ่อใหญ่ศูนย์ (ขอสงวนนามสกุล) บ้านเลขที่ 120 ม.10 ต.คำนาดี อ.โพนทอง  อีกท่านหนึ่งที่มีลิ้นจี่หวาน-หอม-อร่อย กล่าวว่าเมื่อปีที่ผ่านมา2564-2565  พ่อตาของตนโค้นต้นลิ้นจี่ในไร่ทิ้งจำนวน 32 ต้นเพื่อทำไร่มันสัปหลัง  คงเหลือไว้ 12 ต้น   ตนเสียดายมาก (คลิป)พร้อมบอกเทคนิคทำให้ลิ้นจี่ที่มีรสเปรี้ยวอย่างเดียวมาเป็นรสหวานอม-เปรี้ยว รสชาดิอร่อยๆทำง่าย ดังนี้...กวาดใบลิ้นจี่ที่หล่นใต้ต้น หรือบริเวณโคนต้นออก แล้วรสน้ำให้ชุ่ม นำน้ำตาลทรายเทลงตรงโคนเหง้าลิ้นจี่  ประมาณครึ่งกิโลกรัมถึงหนึ่งกิโลแล้วกวาดใบลิ้นจี่กลับมากลบทิ้งไว้  แค่นี้แหละ เทคนิคทำให้ลิ้นจี่มีรสชาดดีขึน จากรสชาดเปรี้ยว จะมาเป็น-หวานอมเปรี้ยวอร่อย ถ้าท่านอยากชิมลิ้นจี่ฟรี นำกลับ้านได้ หนึ่ง กก.เชิญๆๆๆๆๆๆด่วน  ด้วน  ด่วนสิ้นเดือนพฤษภาคมน่าจะหมดเกลี้ยงป่า🛗สุเทพ  ลอยแก้ว/รายงาน🛗

ไม่มีความคิดเห็น:

เหนือ/นครสวรรค์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดงานสืบสานประเพณีมหาสงกรานต์เมืองพระบาง จังหวัดนครสวรรค์

วันที่ 15 เมษายน 2569 เวลา 18.00 น. ณ วัดวรนาถบรรพต พระอารามหลวง จังหวัดนครสวรรค์ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวั...