20 ธันวาคม 2566

หัวหน้าพรรคท้องที่ไทย เสนอเรื่องความเดือดร้อนของผู้ประกอบการคลังสินค้า ที่เกิดจากโครงการรับจำนำข้าวปี 56/57

นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล หัวหน้าพรรคท้องที่ไทย นำเรื่องความเดือดร้อนของผู้ประกอบการคลังสินค้าที่เกิดจากโครงการรับจำนำข้าวปี 56/57  ที่ได้รับความเดือดร้อนก็คือเกิดจากคำสั่ง คสช.ฉ 3-4 ฉบับ ในการระบายข้าวของ Stock รัฐบาลที่คงเหลือน17 ล้านตัน ณ ขณะนั้นช่วงที่ปฏิวัติอยู่ จริง ๆ แล้วผู้ประกอบการคลังได้ทำสัญญากับองค์การคลังสินค้าและองค์การตลาดเพื่อเกษตรกรหรือ อ.ต.ก. แล้วก็ได้ปฏิบัติหลักเกณฑ์ตามสัญญาทุกประการ อย่างเช่นวันที่ 1 จะเริ่มเอาข้าวเข้าคลังสินค้าก็จะต้องแจ้งกรมการค้าต่างประเทศมาตรวจคุณภาพพร้อมกับ Survey ที่อยู่หน้าโกดังแล้วถึงจะเริ่มเอาข้าวเข้าโกดังหลังจากนั้นพอจบ 1 วันก็จะมีคนล็อกประตูใส่กุญแจอยู่ 3 ดอก เป็นตัวแทนของนายอSurve1 ดอก เป็น Survey 1 ดอก แล้วก็ตัวแทน อ.ต.ก. หรือ อคส. 1 ดอก ปฏิบัติอย่างนี้มาตลอดและระหว่างทางสายตรวจพิเศษก็จะแอบมาตรวจตลอดจนวันสุดท้ายจะปิดโกดัง ปิดคลังก็ต้องเชิญกรมการค้าต่างประเทศหรือสายตรวจพิเศษมาตรวจพร้อมกับ Survey พร้อมที่จะปิดคลังแล้วก็ล็อกกุญแจ 3 ดอก ก็ปฏิบัติอย่างนี้มาตลอด พอปฏิวัติเมื่อปี พฤษภาคม 2557 ก็ได้ออกคำสั่ง คสช. 4 ฉบับ เพื่อตรวจ Stock คงค้างของรัฐบาลที่อยู่ 16 ล้านตัน แล้วก็มีการตรวจสอบคุณภาพข้าว ซึ่งผู้ประกอบการคลังได้ปฏิบัติตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ทุกประการ แต่ว่าคำสั่งของ คสช. ได้กำหนดหลักเกณฑ์ขึ้นมาใหม่ โดยการตรวจข้าวตามภาพสไลด์นี้ จะต้องตรวจข้าวตามคำสั่งของกระทรวงพาณิชย์ต้องตรวจประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ แต่คำสั่งของ คสช. ใช้ตรวจแค่ 3 เปอร์เซ็นต์และได้เจาะกรองด้านบนเป็นรูปพีระมิดลงไปถึงจะครบเข้าเกณฑ์ตามมาตรฐานของกระทรวงพาณิชย์ แล้วหลังจากนั้น เก็บตัวอย่างไปไว้ที่องค์การคลังสินค้าเป็นเวลานาน ซึ่งข้าวเป็นข้าวที่คุณภาพที่เปลี่ยนแปลงได้ต้องตรวจภายใน 15 วันถึงจะถึงจะทราบผล แต่ก็ไม่ได้แจ้งกลับมาให้ผู้ประกอบการคลังเลยและหลังจากนั้นก็ได้เอาข้าวทั้งหมดนี้ไปทำพิธีการขาย โดยไปตั้งเกรดข้าวเป็น A B C A B คือเป็นการบริโภคของคน ซึ่งผู้ประมวลก็ประมวลทั่วไปได้ แต่พอเกรด C ปุ๊บ จะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม หรือโรงงานไฟฟ้า หรือเอทานอลเท่านั้น พอเป็นเกรด C ปุ๊บข้าวก็จะราคาถูก เหลือแค่กิโลกรัมลบา3 บาท 4 บาท ซึ่งเป็นความเสียหายของประเทศไทยนี้มากมาย สำหรับการระบายข้าว ซึ่งจะแตกต่างกับของโครงการของรัฐบาลเพื่อไทย การขายข้าวก็จะออกประกาศแล้วออกมาประมูล แล้วก็ให้ผู้มาประมูลซื้อเหมาคลังไปข้าวแต่ละชนิด ข้าวหอมมะลิก็ขายเป็นข้าวหอมมะลิ ข้าวขาวก็ขายเป็นข้าวขาว หอมปทุม ก็ขายเป็นหอมปทุม ข้าวเหนียวก็ขายเป็นข้าวเหนียว ซึ่งจะได้ราคากลับคืนมาเยอะกว่า พอไปจัดเกรดเป็นเกรด C ปุ๊บ พอไปขายเหลือแค่กิโลกรัมละ 3 บาท 4 บาท ความผิด ทั้งหมดหรือความเสียหายทั้งหมดก็โยนมากลับมาให้ผู้ประกอบการคลังเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งผมดูแล้วก็ไม่ค่อยถูกต้องเท่าไร ก็ยังโชคดี ที่ศาลปกครองท่านได้เมตตาได้มองเรื่องนี้ออก ก็ได้ตัดสินคดีมาหลายคดีมากมาย 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ที่ผู้ประกอบการคลังนั้นได้ชนะคดี ผมก็เลยคิดว่าต้องฝากเรื่องนี้ผ่านท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแก้ไขเรื่องนี้ให้เกิดความกระจ่างแล้วก็คืนความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการคลังทั้งสิ้น ขออนุญาตเวลาท่านประธานนิดเดียวนะครับ เพราะว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เหมือนกัน ขอสไลด์นิดหนึ่งครับ นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล  :  คือข้าวตัวอย่างที่ผมถืออยู่นี้ก็คือเป็นข้าวที่อยู่ใน Stock รัฐบาลหลังจากที่ตรวจอยู่นะครับ วันนี้ 10 ปี ข้าวก็ยังดีอยู่อย่างนี้อยู่เลยแล้วก็มีอยู่คลังหนึ่งที่อยู่จังหวัดกำแพงเพชรนะครับ ประมูลตั้งแต่ปี 54/55 และข้าวตั้งแต่ปี 2554 ปี 2555 มาประมูลเมื่อปี 2563 กิโลกรัมละ 12 บาท ซึ่งเก็บมา 10 ปีแล้วเพิ่งมาออกข้าวเมื่อพฤศจิกายน 2566 ผู้ประมูลก็ยังยินดีที่จะซื้อข้าวนี้อยู่ ซึ่งเป็นสิบปีก็ยังถือว่าเอาไปบริโภคได้อยู่เลย ผมไม่รู้ว่าขายข้าวแบบนี้เพื่อเอื้อประโยชน์ใครหรือไม่ก็ฝากท่านประธานสภาไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแก้ไขเรื่องนี้ให้ผู้ประกอบการคลังสินค้าให้ได้รับความเป็นธรรมด้วย🐵🐵ต้อย รอบรั้วภูธร 0619782952-0838823240🐵🐵

ไม่มีความคิดเห็น:

เหนือ/นครสวรรค์เริ่มแล้ว!!!! 1 ปีมีครั้ง เปิดพิกัด"สวนทุเรียนชัยฟาร์ม 2569"แบ่งปันความอร่อยจากใจเกษตรกร

  ......ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สวนทุเรียนชัยฟาร์ม ตั้งอยู่ที่ หมู่ 4 ต.เขาดิน อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ เริ่มแล้ว! 1ปีมีครั้ง ฤดูกา...